ตกแต่งร้านขายยา , ออกแบบคลินิก , ออกแบบร้านขายยา , ตกแต่งร้านยา - การจัดแสงภายในร้าน

Lighting & Hotels

St. Martin Lane Hotel ออกแบบโดย Phillip Starck ถือเป็นโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับไลท์ติ้งมาก และใช้ไลท์ติ้งเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม และการออกแบบภายในArnold ใช้วิธีจัดไลท์ติ้งที่หัวเตียงของห้องนอน และห้องอื่นๆ ในโรงแรม ด้วยเทคนิค colourwash ที่ Isometrix ของเขาคิดขึ้นมา ด้วยเทคนิคนี้ แสงจะเปลี่ยนสีด้วยการหมุน kaleidoscope โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสงสีต่างๆ จากสเป็กตรั่มแสงที่มีถึง 120 สี แล้วไปตกกระทบที่ผนังห้องสีขาว ซึ่งแขกสามารถเลือกสีให้ตรงกับอารมณ์ของตัวเองในขณะนั้นได้ด้วยLobby ของ Delano Hotel ออกแบบโดย Phillip Starck ที่นี่ Arnold ใช้แสงสร้าง “ความเป็นดราม่า” ให้กับสถาปัตยกรรมตามที่สถาปนิกต้องการ โดยเทคนิคที่ใช้คือ การให้แสงไฟสาดส่องมาจากเบื้องหลังของลูกค้า หรืออย่างทางเดินเข้า lobby ก็ให้แสงเหมือนแคตวอล์ก ทั้งนี้เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกโดดเด่น ในบริเวณนี้

Lighting & Building

Canal headquarters โดย Richard Meier&Partners ในตอนกลางวัน Arnold พยายามให้แสงน้อยที่สุดเพื่อทำให้ตัวตึกดูขาวบริสุทธิ์ตามคอนเซ็ปต์ของ สถาปนิก แต่ในยามค่ำคืน ใช้ไลท์ติ้งทำให้อาคารดูเหมือน “โคมไฟดวงใหญ่” ด้วยเทคนิคการแสงสว่างฟุ้งออกมาจากภายใน มากกว่าการเอาไฟไปติดไว้ภายนอกอาคาร นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้เห็นรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์ภายใน และชั้น (layer) ของสถาปัตยกรรมได้ชัดเจนด้วย

Lighting & Boutique Retail

ไลท์ติ้งก็ต้องทำให้ เสื้อผ้านั้นดูเหมือนงานศิลปะ ดูสวยงาม มีคุณค่า และน่าเป็นเจ้าของ โดยแสงสีที่จะให้จะต้องเข้ากับสี และทำให้ลวดลายของเสื้อผ้าดูโดดเด่นขึ้น ขณะเดียวกันไลท์ติ้งที่ดียังต้องทำให้นักช้อปรู้สึกดี ดูมีสง่า และเชื่อว่าตัวเองเหมาะกับเสื้อผ้าที่โชว์