ตกแต่งร้านขายยา , ออกแบบคลินิก , ออกแบบร้านขายยา , ตกแต่งร้านยา - การเตรียมตัวในการเปิดคลินิก

2.สถานที่ชุมชน

เลือกเอาที่ที่คนผ่านไปผ่านมาเยอะ เช่น ใกล้ ๆ เซเว่น ตลาดห้างหรือศูนย์การค้า ทำเลแบบนี้กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากสะดวกเรื่องที่จอดรถอยู่ใกล้ ๆ หมู่บ้าน โดยอาจจะเป็นตึกแถวที่อยู่หน้าหมู่บ้าน หรือบางคนก็ใช้พื้นที่ในบ้านกันออกมาสร้างคลินิก บางคนก็ซื้อบ้านที่อยู่หลังตึกแถวที่ทำคลินิก แล้วทะลุกำแพงต่อกันแบบนี้ก็เหมาะกับคนที่ขี้เกียจเดินทาง

3. วางระบบและตกแต่งคลินิก
โดยทั่วไปการจัดแบ่งพื้นที่ของคลินิกก็จะเป็น
1. ส่วนต้อนรับ
2. พื้นที่นั่งรอ
3. ห้องตรวจ ถ้าทำประตูเป็นแบบเลื่อนก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้อีก ส่วนสำคัญในห้องตรวจคือ ต้องจัดวางยูนิตกับอ่างล้างมือ และเคาน์เตอร์ที่ใช้เขียนบัตรให้หมอทำงานได้สะดวก
4. ห้องเอ็กซเรย์ อย่าลืมครับ ต้องมีห้องสำหรับเอ็กซเรย์ด้วย อย่างน้อยก็สำหรับเอ็กซเรย์เครื่องเล็ก ผนังห้องต้องกันรังสีไม่ให้รั่วออกมาได้ ไม่จำเป็นต้องบุตะกั่วก็ได้ ผนังห้องหนาเท่าอิฐสองก้อนก็สามารถกันรังสีได้แล้ว ส่วนประตูอาจจะใช้เป็นประตูบุตะกั่ว (แพง) หรือใช้ ประตูธรรมดาแต่มีฉากตะกั่วมาเสริม
5. ซัพพลาย เป็นส่วนที่ล้างทำความสะอาด ฆ่าเชื้อเครื่องมือ หากสามารถวางพื้นที่ให้เดินเครื่องมือเป็นทิศทางเดียว โดยแยกส่วนสกปรกกับสะอาดจากกันได้
6. ห้องน้ำ จัดเป็นส่วนที่สำคัญเหมือนกัน
7. ห้องพัก เอาไว้นั่งพัก กินข้าว กินน้ำ อันนี้ก็แล้วแต่พื้นที่
8. ที่วางปั๊มลม ถ้าเอาไว้ข้างนอกได้ก็ดี เพราะเสียงดัง
9. พื้นที่ส่วนที่ใช้เทปูน ควรจัดให้สามารถทำความสะอาดคราบปูนได้ง่าย มีที่วางถาดพิมพ์ปาก รอปูนแห้ง
10. วางเครื่องซักผ้า ตากผ้า อย่าลืมครับ เพราะคลินิกจะใช้ผ้าเยอะ

4.เมื่อทำเลพร้อม แบบพร้อม ในขณะที่คลินิกกำลังทำการก่อสร้าง เราก็ต้องมาจัดหาเครื่องมือกัน สิ่งที่จำเป็นพื้นฐานต้องมีก็คือ
o ยูนิตทำฟัน
o เครื่องขูดหินปูน
o เครื่องฉายแสง
o เครื่องปั่นอมัลกัม
o เครื่องเอ็กซเรย์ ไม่ว่าจะเครื่องเล็กเครื่องใหญ่ และกล่องล้างฟิล์ม (ติดตั้งเสร็จอย่าลืมแจ้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้มาตรวจสอบด้วย)
o เครื่องซีลซอง
o เครื่องออโต้เคลฟ
o ชุดกู้ชีพ
o อื่น ๆ อันนี้แล้วแต่ความชอบ และงบประมาณของแต่ละคน เช่น เครื่องฟอกสีฟันเครื่องขัดฟัน เครื่องทริมแคส ฯลฯ
o เครื่องมือชุดพื้นฐานต่าง ๆ อุด ขูด ถอน พิมพ์ปาก ฯลฯ

5.ขออนุญาตเปิดคลินิก
การ เปิดคลินิกต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ต้องขออนุญาตจากกองการประกอบโรคศิลปะ ถ้าอยู่ต่างจังหวัดขออนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสาธารณสุขอำเภอ การขออนุญาตเปิดคลินิกต้องมี 2 ส่วน จึงจะสมบูรณ์ คือ


o มีเจ้าของคลินิก ภาษากฎหมาย เรียกว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบการสถานพยาบาล ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นทันตแพทย์ เป็นนายทุนที่ไหนก็ได้


o มีผู้ให้การรักษา ภาษากฎหมาย เรียกว่า ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งต้องเป็นทันตแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมกับทันต แพทยสภาเท่านั้นและทันตแพทย์คนหนึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลได้ไม่เกิน 2 แห่ง คนที่รับราชการ อนุญาตให้ดำเนินการได้เฉพาะเวลานอกเวลาราชการเท่านั้น

6.ตั้งชื่อคลินิก
o ต้องไม่โอ้อวด เช่น คลินิกทำฟันดีสุดยอด
o ตั้งเป็นคลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกจัดฟันหมอนุกนิก ไม่ได้ ถ้าผู้ดำเนินการไม่ได้อนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตรในสาขานั้น ๆ
o ตั้งชื่อศูนย์ทันตกรรมไม่ได้ ถ้าไม่มีผู้ได้รับอนุมัติบัตร หรือวุฒิบัตรมากกว่าสองสาขา
o ชื่อต้องไม่ซ้ำกันในจังหวัดเดียวกันป้ายชื่อคลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมาย เขียนด้วยอักษรสีม่วงพื้นขาวและลงเลขที่ใบอนุญาต การทำป้ายชื่อติดหน้าคลินิกแบบสวยงาม ขนาดใหญ่ ต้องคำนึงถึงเรื่องภาษีป้ายด้วย โดยเฉพาะป้ายที่มีภาษาอังกฤษ

7.การติดป้ายโฆษณาหน้าคลินิก


ป้าย โฆษณาต้องไม่โอ้อวด หรือทำ?ให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่น จะติดกล่องไฟขนาดใหญ่ไว้หน้าร้านว่า “ทำฟัน จัดฟัน” ไม่ได้ ถ้าผู้ดำเนินการไม่ได้รับวุฒิบัตร หรืออนุมัติบัตรสาขาทันตกรรมจัดฟัน จากทันตแพทยสภา เพราะป้ายนี้จะทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านจัดฟัน ทันตแพทย์ทั่วไปถ้าจะโฆษณาหน้าคลินิก ต้องเขียนงานที่ให้ บริการทุกสาขาที่ให้บริการด้วยตัวอักษรที่เท่ากัน เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน รักษารากฟันจัดฟัน ใส่ฟันปลอม จะเขียนเน้นงานเฉพาะทางอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

8. สิ่งที่ต้องประกาศให้คนไข้ทราบ



ตามกฎหมายสถานพยาบาลกำหนดให้ ทุกคลินิกต้องแสดง ใบอนุญาตประกอบการสถานพยาบาลใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล คำประกาศสิทธิผู้ป่วย รวมทั้งราคาค่าบริการ หรือสถานที่ที่จะสอบถามค่ารักษาบริการ ให้คนไข้ทราบ หน้าห้องให้การรักษาต้องติดชื่อ-นามสกุลพร้อมรูปและเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมให้คนไข้เห็นได้ชัดเจนด้วย

10.การเสียภาษี



o ภาษีโรงเรือน กรณีที่ตึกเป็นของเราเอง เขาจะคิดจากพื้นที่ของตึก แต่ถ้าเป็นตึกที่เช่าเขาก็จะคิดจากอัตราค่าเช่า โดยคิดในอัตราร้อยละ 12.5 ของค่าเช่ารายปี

o ภาษีป้าย คิดจากบรรดาป้ายทั้งหลายที่ติดอยู่หน้าร้าน อัตราการคิดก็คิดตามขนาดของป้าย อัตราภาษีจะเป็นดังนี้

o ป้ายอักษรไทยล้วน 3 บาท/500 ตร.ซม.

o ป้ายอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ 20 บาท/500 ตร.ซม.

หรือปนกับภาพหรือเครื่องหมาย

o ป้ายที่ไม่มีอักษรไทยเลย 40 บาท/500 ตร.ซม.

หรือ อักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องทำถ้าคิดจะเปิดคลินิกของตนเอง มีสิ่งที่ต้องทำมากมายและยังมีราย